การตรวจวิเคราะห์สุขภาวะแนวสมุทัยเวชศาสตร์
(Functional Health Assessment) |
|
|
การตรวจวิเคราะห์สุขภาวะแนวสมุทัยเวชศาสตร์ แตกต่างจากการตรวจสุขภาพทั่วไปอย่างไร ? การตรวจวิเคราะห์สุขภาวะแนวสมุทัยเวชศาสตร์ (Functional Medicine) กำลังเป็นแนวทางใหม่อันเป็นความก้าวหน้าที่ยิ่งใหญ่ของวงการตรวจวิเคราะห์สุขภาพ การบำบัดรักษา และการป้องกันโรค โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหากับโรคเรื้อรังชนิดต่าง ๆ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุทัยเวชศาสตร์ (Functional Medicine) ซึ่งใช้การตรวจวิเคราะห์สุขภาวะในแนวทางนี้ จะสามารถชี้ชัดถึงความไม่สมดุลของการทำงานของร่างกาย อันเป็นต้นเหตุของการเกิดโรคหรืออาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ซึ่งมักจะประกอบด้วยหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งนี้จะอาศัยรายงานผลของการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ เช่น การตรวจเลือด ปัสสาวะ น้ำลาย อุจจาระ เป็นต้น เป็นข้อมูลที่สำคัญในการวิเคราะห์ หลายคนมักมีคำถามว่าการ ตรวจวิเคราะห์สุขภาวะตามแนวสมุทัยเวชศาสตร์ ดีกว่าการตรวจสุขภาพทั่วไปตามสถานพยาบาลอื่น ๆ อย่างไร คำตอบก็คือ การตรวจสุขภาพทั่วไปอาจเรียกได้ว่าเป็นการตรวจ “แบบมาตรฐาน” คือมุ่งตรวจเพื่อมองหาโรคที่เป็นอยู่แล้ว หรือกำลังก่อตัวขึ้นแล้วเป็นสำคัญ แต่การตรวจวิเคราะห์สุขภาวะตามแนวสมุทัยเวชศาสตร์ คือ “การตรวจในระดับที่สูงขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง” โดยการเจาะลึกลงไปในระดับการทำงานของร่างกาย ในแง่ชีวเคมี กระบวนการเผาผลาญ การดูดซึมสารอาหารของร่างกาย การตกค้างของของเสีย สารพิษ และ กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพในร่างกาย อันเป็นสาเหตุพื้นฐาน ที่นำไปสู่อาการ และผลของโรคต่างๆ การให้ความใส่ใจในกระบวนการทำงานของระบบต่าง ๆ ของร่างกาย จะทำให้ทราบถึงความไม่สมดุลของการทำงาน อันเป็นเหตุพื้นฐานของการเกิดโรค และอาการแสดงของโรคได้ดีกว่า ซึ่งจะนำไปสู่หนทางในการปรับปรุง ฟื้นฟู ส่งเสริมการทำงานของร่างกาย โดยวิถีของธรรมชาติ และ ให้ความหวังในการหายจากโรคเรื้อรังในระยะยาวได้มากกว่าการตรวจแบบทั่วไป ซึ่งมักจะนำไปสู่การดูแล โดยใช้ยา และปฏิบัติการต่าง เพื่อเข้าไปกด ยับยั้ง การทำงานปกติ เพื่อควบคุมอาการ และป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายเพิ่มขึ้น ในระยะเฉียบพลันเท่านั้น การตรวจสุขภาพทั่วไปมุ่งหา “อาการผิดปกติ” ซึ่งเกิดขึ้นแล้ว แต่การตรวจวิเคราะห์สุขภาวะตามแนวสมุทัยเวชศาสตร์มุ่งหา “สาเหตุที่แท้จริง” ที่ทำให้เกิดอาการหรือเกิดโรค และทั้งนี้การเจาะลึกอย่างละเอียดทำให้เราอาจ “ทราบล่วงหน้า” ถึงความบกพร่องของระบบร่างกายและทำการแก้ไขได้ก่อนที่จะเกิดโรคหรือเกิดความเสียหายต่อร่างกายของเรา ซึ่งหลายกรณีหากพบช้าไปจะไม่สามารถแก้ไขให้กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมได้อีก จึงกล่าวได้ว่าการตรวจวิเคราะห์สุขภาวะแนวนี้เป็นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันอย่างแท้จริง เมื่อเทียบการตรวจเพื่อมุ่งหาการก่อตัวระยะเริ่มแรกของโรค แบบที่ทำกันอยู่ ด้วยผลการตรวจด้านต่าง ๆ ทางห้องปฏิบัติการสมุทัยเวชศาสตร์ นอกจากจะทำให้ทราบถึงต้นเหตุที่ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยหรือโรคต่าง ๆ แล้ว ยังช่วยให้แพทย์ทางสมุทัยเวชศาสตร์สามารถวางแผนการรักษาผู้ป่วยได้อย่างตรงจุด เหมาะสมกับสภาวะร่างกายของผู้ป่วยนั้น ๆ อย่างแท้จริง โดยมุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟูการทำงานของร่างกาย โดยวิถีธรรมชาติในระยะยาว ทำให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสูญเสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายจากการรักษาไปตามอาการ และลดความเสี่ยงจากการวินิจฉัยที่ไม่ชัดเจน โดยเฉพาะผู้ที่มีสาเหตุการเจ็บป่วยที่คลุมเครือ ซับซ้อน และ มีอาการครอบคลุมไปในหลายระบบของร่างกาย “แพทย์โดยทั่วไปมักมุ่งหาคำตอบว่าจะต้องใช้ยาหรือเครื่องมืออะไรที่จะบรรเทารักษาอาการเจ็บป่วย แต่แพทย์สมุทัยเวชศาสตร์มุ่งตรวจวินิจฉัยอย่างจริงจังว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยนั้นๆ แล้วจึงเสนอทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการป้องกันหรือบำบัดรักษา ซึ่งมักจะเป็นทางเลือกนอกจากยาหรือการผ่าตัด ดังนั้นสิ่งที่ดีกว่าสำหรับคนไข้อาจเป็น การปรับปรุงโภชนาการ การเสริมอาหาร การฟื้นฟูระบบทางเดินอาหาร การจัดการด้านอารมณ์ การฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย การฝังเข็ม การนวด การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต หรืออื่น ๆ อีกมาก” การตรวจวิเคราะห์สุขภาวะมีความจำเป็นแค่ไหน ? สำหรับผู้เจ็บป่วยเรื้อรังนั้นเป็นที่แน่นอนที่สุดที่จำเป็นจะต้องรู้สาเหตุที่แท้จริงเพื่อการวางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุด นั่นหมายถึงประสิทธิภาพในการรักษาชีวิตให้ยืนยาวและมีสุขภาพดี การตรวจวิเคราะห์สุขภาวะแนวสมุทัยเวชศาสตร์ จึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด แต่สำหรับผู้ที่ยังไม่อยู่ในขั้นเจ็บป่วย ปัจจุบันมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่แต่ละวันมักรู้สึกไม่ค่อยสบายเนื้อสบายตัว บ้างก็อ่อนล้าขาดกำลังวังชา รู้สึกว่าร่างกายทำงานไม่ค่อยจะปกติ ขาดความสดชื่นกระฉับกระเฉง สาเหตุก็เนื่องมาจากการใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่ค่อยจะถูกสุขลักษณะ มีนิสัยการดำเนินชีวิต กิน อยู่ หลับนอน ที่ไม่ตระหนักถึงเรื่องสุขภาพ อาหารขยะ ความเครียด สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ขาดการออกกำลังกาย ทั้งหมดล้วนส่งผลเสียต่อระบบการทำงานและระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย อาการทางกายที่ไม่ชัดเจนเหล่านี้ทำให้สับสนว่าจะไปพบแพทย์ดีหรือไม่ แท้ที่จริงแล้วนี้คือสัญญาณบอกเหตุของระบบร่างกายที่เตือนเราล่วงหน้าว่ากำลังเกิดสิ่งผิดปกติในร่างกายของเรา อาการหลายสิ่งหลายอย่างเป็นเหมือนไฟสัญญาณเตือนที่จะบอกให้เรารู้ว่าปัญหาสุขภาพกำลังก่อตัวขึ้น ซึ่งต้องการการแก้ไข การรักษาตามอาการที่ไม่ตรงจุดต้นเหตุของปัญหาสุขภาพที่แท้จริง จะเป็นเหมือนกับการที่เราเอาอะไรไปปิดบังไฟสัญญาณเตือนไม่ให้มองเห็น ผลลัพธ์คงจะเกิดความเสียหายต่อร่างกายจนลุกลามเป็นโรคร้ายได้ในที่สุด เป็นที่มั่นใจได้ว่าการตรวจวิเคราะห์สุขภาวะแนวสมุทัยเวชศาสตร์ จะช่วยทำให้แพทย์สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยให้กลับสู่สภาวะการทำงานของร่างกายที่เป็นปกติ โดยบำบัดรักษาต้นเหตุของโรคต่าง ๆ รวมทั้งโรคร้ายซึ่งบั่นทอนคุณภาพชีวิต เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคภูมิคุ้มแพ้ และโรคเรื้อรังอื่น ๆ ซึ่งยากที่จะใช้แนวทางการรักษาทั่วไปให้มีสุขภาวะที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการสมุทัยเวชศาสตร์ ตรวจอะไรบ้าง ? โปรแกรมการตรวจวิเคราะห์สุขภาวะของเราครอบคลุมการตรวจอย่างระเอียดในระดับโมเลกุลในด้านต่าง ๆ ซึ่งสามารถบ่งบอกถึงโอกาสการเกิดปัญหาสุขภาพได้ตั้งแต่แรกเริ่ม ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่มีผลต่อสุขภาพและการดำเนินชีวิตที่มีความสุขของทุกคน เช่น ความบกพร่องทางโภชนาการ (Nutritional Deficiencies) สารพิษต่าง ๆ (Toxins and Poisons) ความไม่สมดุลของระบบฮอร์โมนและระบบสื่อประสาท (Neurotransmitter and Hormonal imbalances) และอาหารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ (Food Allergies) เป็นต้น โดยการตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ อุจาระ น้ำลาย และเส้นผม เป็นต้น เพื่อหาตัวบ่งชี้สภาพปัญหาสุขภาพ หลายๆอย่าง ยกตัวอย่าง เช่น
ทั้งนี้กล่าวได้ว่าโปรแกรมการตรวจวิเคราะห์สุขภาวะของเราจะครอบคลุมองค์ประกอบทั้ง 4 ด้าน (4R) ของการแพทย์สมุทัยเวชศาสตร์ (Functional Medicine) คือ
|
|
| |