Change Language :
Video
OUR TEAM
  • นพ.ชุมพล วงศ์ประทีป
    ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการแพทย์

  • นพ.วรวิทย์ กิติศักดิ์รณกรณ์
    รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์สมุทัยเวชศาสตร์

NEWS AND ACTIVITIES
Page> < Prev Next >
นพ.วรวิทย์ กิติศักดิ์รณกรณ์


การรักษาแบบแพทย์แผนปัจจุบัน หรือ main stream practice มีจุดเด่นอยู่ที่มุ่งเน้นการ ระบุปัญหาที่เป็นในปัจจุบันของคนๆนั้น ( identify the precise diagnosis ) แล้วให้การรักษาตามแบบแผนของชนิดโรคนั้น ๆ  ซึ่งจะได้ผลดี และมีประสิทธิภาพมาก สำหรับกรณีปัญหาหรือภาวะที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน ซึ่งต้องการการจัดการที่มุ่งเน้นการระงับอาการ และป้องกันความเสียหายที่จะเกิดตามมา วิธีการที่ใช้ในการรักษาส่วนใหญ่ ก็จะมุ่งไปในแนวทางที่ ใช้ยา การผ่าตัด กระบวนการต่างๆ เพื่อ ระงับ หยุด กำจัด ขัดขวาง กระบวนการปรกติของร่างกาย

แต่ในรายที่เป็นโรค หรือ ภาวะเจ็บป่วยเรื้อรัง เราจะเริ่มเห็นว่า การใช้ ยา และวิธีการต่างๆ ที่มุ่ง หยุด ขัดขวาง กด บังคับ กระบวนการปกติของร่างกาย จุดใด จุดหนึ่ง หรือ หลายๆจุดพร้อมกัน เป็นเวลานาน มักจะก่อให้เกิดปัญหาใหม่ๆ ตามมา จนต้องตามแก้ไข กันอีกเรื่อยๆ และ ผลของการรักษาภาวะเรื้อรังเหล่านี้ ก็ทำได้เพียง ชะลออาการของโรคเท่านั้น ไม่สามารถมุ่งหวังได้ถึงการหยุดกระบวนการเกิดโรค และทำให้การทำงานต่างๆ กลับมาเป็นปกติเช่นเดิมได้อีก

เราจะเห็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลก ว่าผู้ป่วยเรื้อรังเหล่านี้ เริ่มมุ่งเสาะหา แนวทางการรักษาแบบอื่น ๆ มากขึ้น ที่แพร่หลายที่สุดก็คือ การแพทย์ทางเลือก ( alternative medicine ) ซึ่งโดยพื้นฐานก็คือการเสนอการรักษาอีกแบบขึ้นมาแทนที่การรักษาแผนปัจจุบัน เช่น การใช้สมุนไพร การฝังเข้ม อายุรเวท เป็นต้น แต่ทั้งนี้แนวทางการรักษาส่วนใหญ่ จะเป็นไปโดยยึดหลักตามความเห็นของบุคคล หรือจากประสบการณ์ที่ถ่ายทอดกันมาเป็นส่วนใหญ่ ( opinion or experience based ) ซึ่งต่างจากการักษาแผนปัจจุบัน ที่ยึดหลักตามหลักฐานที่พิสูจน์ได้ ( evidence based ) มากกว่า แต่เราจะเห็นว่า การรักษาแบบทางเลือกหลายอย่าง เมื่อได้รับการพิสูจน์จนเป็นที่ยอมรับแล้ว ก็จะถูกนำไปใช้ในการแพทย์แผนปัจจุบัน เป็นระยะๆ

ศาสตร์แพทย์แบบองค์รวมและผสมผสาน หรือ Holistic and Integrative medicine นับได้ว่าเป็นสะพานเชื่อมระหว่างการรักษาสองขั้วข้างต้น โดยแพทย์ยังจะใช้หลักฐานที่พิสูจน์ได้ทางห้องปฏิบัติการ เช่น การตรวจ เลือด น้ำลาย ปัสสาวะ อุจจาระ เพื่อระบุภาวะความไม่สมดุลในตัวคนนั้นๆ แล้วกำหนดแผนการรักษาโดยรวม โดยไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นวิธีทางแผนปัจจุบัน หรือ วิธีการแพทย์ทางเลือก ทั้งนี้โดยมีเป้าหมายหลัก อยู่ที่การมุ่งดูแลคนทั้งคน มากกว่าการมุ่งรักษาตัวโรค ยกตัวอย่างเช่น การนำวิธีจัดการด้านอารมณ์ และ จิตใจ เช่น การทำสมาธิ เข้ามาไว้ในแผนการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง ด้วย หากพบว่าผู้ป่วยนี้มีปัญหาในเรื่อง relaxation technique เช่นเดียวกับการใช้โปรแกรมด้านอาหารชนิดต่าง ๆ เข้ามาเสริมในแผนการรักษา

โรคมะเร็งเป็นโรคเรื้อรัง ที่มีการก่อตัว ของโรคอย่างยาวนาน อันเป็นผลเนื่องจาก สิ่งแวดล้อม พฤติกรรรมการใช้ชีวิต และ ปัจจัยด้านพันธุกรรม  เมื่อเกิดมีอาการของโรคเกิดขึ้นแล้ว การจะย้อนกระบวนการ ความไม่สมดุลต่างๆ ที่เคยเป็นมา จะต้องใช้ความตั้งใจ ความเข้าใจ และ ความพยายามเป็นอย่างสูง ในการปรับเปลี่ยน พฤติกรรม ( life style modification ) ปัจจัยของความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วยประเภทนี้จึงขึ้นอยู่กับ ตัวผู้ป่วยเป็นสำคัญ หากผู้ป่วย ท้อแท้ หมดหวัง หรือ มีความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง โอกาสของความสำเร็จย่อมมีน้อยเป็นอย่างยิ่ง แพทย์เป็นเพียงผู้ให้คำแนะนำ ให้ความปรึกษาเพื่อเสนอทางเลือกต่างๆ เท่านั้น แต่ผู้ที่จะลงมือรักษาตนเองจริง ๆ และ เป็นผู้ที่จะกำหนดความสำเร็จของการรักษา ก็คือตัวผู้ป่วยเอง ทั้งนี้โดยความสนับสนุนจากคนรอบข้าง และครอบครัว
 

จีรังคลินิก เมดิคัลสปา แอนด์ บิวตี้เซ็นเตอร์
100/123 อาคารว่องวานิชพลาซ่า ชั้น 1R ถนนพระรามเก้า เแขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320
โทรศัพท์ 02-645-0120-2 โทรสาร 02-645-0119 email : info@jirungclinic.com www.jirungclinic.com